จังหวัดลพบุรี

LOPBURI PROVINCE

วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์

วิสัยทัศน์จังหวัดลพบุรี

แหล่งผลิตอาหารปลอดภัย ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สู่เมืองแห่งความสุข

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

ปฏิทินวาระงานผู้บริหาร

ข่าวสารจังหวัดลพบุรี

ย้อนรอยลพบุรี เมืองละโว้เก่า

ลิ้งค์เว็บไซต์น่าสนใจ

1. พระปรางค์สามยอด

 พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี เป็นโบราณสถานและ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ลักษณะเป็นปราสาทขอมในศิลปะบายน (พ.ศ. 1720 – 1773) โครงสร้างเป็นศิลาแลงประดับปูนปั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ครองราชย์ พ.ศ. 1724 – ประมาณ 1757) เพื่อเป็นพุทธสถานในลัทธิวัชรยานประจำเมืองละโว้หรือลพบุรี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรเขมร แต่เดิมภายในปราสาทประธานประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกทรงเครื่อง ปราสาททิศใต้ประดิษฐานรูปพระโลเกศวร (พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร) สี่กร และปราสาททิศเหนือประดิษฐานรูปพระนางปรัชญาปารมิตาสองกร

2. ศาลพระกาฬ

ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เป็นโบราณสถานและศาสนสถานที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนชื่อ วงเวียนศรีสุนทร บนถนนนารายณ์มหาราช ในเขตตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์สามยอด และเส้นทางรถไฟสายเหนือ ภายในเป็นที่ประดิษฐาน เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณยุคขอมเรืองอำนาจ

3. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดอารามใน ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่มีการปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้งทั้งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระราเมศวร และสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ องค์ประธานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุยังปรากฏบนผลงานภาพจิตรกรรมฯ 8 จอมเจดีย์แห่งสยาม ณ วัดเบญจมบพิตร อีกด้วย

4. พระนารายณ์ราชนิเวศน์

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยชาวเมืองลพบุรีเรียกกันติดปากว่า “วังนารายณ์” ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์

5. บ้านหลวงรับราชทูต

บ้านวิชาเยนทร์ หรือ บ้านหลวงรับราชทูต ตั้งอยู่ทางเหนือของวังนารายณ์ราชนิเวศน์ และวัดเสาธงทอง ทางตะวันตกใกล้กับวัดปืน และทางตะวันออกใกล้กับเทวสถานปรางค์แขก สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2228 เพื่อใช้รับรองราชทูตชาวตะวันตกที่มาเฝ้าฯ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์ได้พระราชทานที่พักอาศัยนี้ให้แก่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ สมุหนายกชาวตะวันตกในราชสำนักสยาม ณ เวลานั้น บ้านหลวงรับราชทูตแบ่งได้ 3 ส่วน ด้านตะวันออกเป็นบ้านพักของคณะทูตชาวฝรั่งเศส ส่วนด้านตะวันตกเป็นบ้านพักของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ขุนนางชาวกรีก และท้าวทองกีบม้า ภรรยา ส่วนกลางเป็นที่ตั้งของโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ที่สถาปัตยกรรมเป็นแบบเรอเนสซองส์ ผสมสถาปัตยกรรมไทย แห่งแรกของไทย และของโลก

6. พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งอยู่กลางวงเวียนเทพสตรีใกล้ศาลากลางจังหวัดลพบุรี บริเวณหัวถนนนารายณ์มหาราชก่อนเข้าสู่ ย่านตัวเมือง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นรูปปั้นในท่าประทับยืนผินพระพักตร์ไปทาง ทิศตะวันออก พระ-หัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ ก้าวพระบาทซ้ายออกมาข้างหน้าเล็กน้อย พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2509 ที่ฐาน-อนุสาวรีย์ได้จารึกข้อความว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระมหากษัตริย์ไทยผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง ทรงพระราช-สมภพ ณ กรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2175 สวรรคต ณ เมืองลพบุรี เมื่อ พ.ศ.2231 พระองค์ทรงมีพระบรม ราชกฤษดาภินิหารเป็นอย่างยิ่ง ในรัชสมัยของพระองค์ วรรณคดีและศิลปะของไทย ได้เจริญถึงขีด สูงสุด มีสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศอย่างกว้างขวาง เกียรติคุณของประเทศไทยแผ่ไพศาล เป็นอย่างยิ่ง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันสร้างและประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช นี้ไว้เมื่อ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509

7. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป้าชับลังกา

ตั้งอยู่ที่บ้านลังกาเชื่อม ตำบลสำสนธิ ตำบลกุดตาเพชร มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 96,875 ไร่ เป็นที่ราบอยู่ในหุบเขา ถูกกั้นด้วยเทือกเขาพังเพย ทิศตะวันตกเป็นเขารวก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 140-846 เมตร ความสำคัญของพื้นที่ คือ ป่าซับลังกามีสภาพสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำลำสนธิ และแหล่งอาหารของสัตว์ป่า ปัจจุบันยังมีเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนอาศัยอยู่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จัดไว้ 2 เส้นทาง เตรียมพลังและเสบียงให้พร้อมก่อนออกไปเดินป่า ฝ่าความงดงามของธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา บนพื้นที่กว่า 96,875 ไร่ ของป่าซับลังกาเป็นที่ราบในหุบเขาล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาพังเพยและเทือกเขารวก และเป็นป่าผืนสุดท้ายของจังหวัดลพบุรีที่ค่อนข้างสมบูรณ์มีทั้งถ้ำ หน้าผา น้ำตก และป่าหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าไผ่ ปัจจุบันจึงกลายเป็นอีกจุดหมายของนักเดินป่าเพราะไม่ว่าคุณจะเลือกเดินป่าเส้นทางห้วยพริก-น้ำตกผาผึ้ง หรือเส้นทางห้วยประดู่-ถ้ำพระนอก-ถ้ำสมุยกุย ก็จะได้พบกับความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้ โดยเฉพาะความงามอันแสนลึกลับของถ้ำผาผึ้ง ถ้ำผานอก หรือถ้ำสมุยกุย หรือจะแวะพักผ่อนหย่อนเท้าแช่น้ำที่ลำห้วยพริก น้ำตกผาผึ้งให้หายเหนื่อยแล้วค่อยเดินต่อก็ย่อมได้ สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การเที่ยวมากที่สุดคือปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกกล้วยไม้รองเท้านารีจะพร้อมใจกันเบ่งบาน ต้อนรับนักท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่จะเดินป่าควรเตรียมฟิตร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ก่อนออกเดินทาง รู้ก่อนเที่ยว เส้นทางเดินป่า ห้วยพริก-น้ำตกผาผึ้ง ระยะทางไป-กลับประมาณ 3.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ เส้นทางเดินป่า ห้วยประดู่-ถ้ำพระนอก-ถ้ำสมุยกุย ไป-กลับประมาณ 1.8 กิโลเมตร หรือระยะทางล่องแพไป-กลับประมาณ 1.4 กิโลเมตร ใช้เวลาสำหรับเส้นทางนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เหมาะกับผู้ที่มีความชำนาญในการเดินป่า ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด รองเท้าผ้าใบ ไฟฉาย และยาประจำตัวให้พร้อมก่อนเดินป่า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3641 5936

8. วัดเขาวงพระจันทร์

วัดเขาวงพระจันทร์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองลพบุรีประมาณ 28 กม. ตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ตรงหลักกม.ที่ 178 มีทางแยกเลี้ยวขวาอีก 5 กม. ตั้งอยู่ในเขตตำบลห้วยโป่งอำเภอโคกสำโรงบริเวณเชิงเขาจะเป็นที่ตั้งของวัดเขาวงพระจันทร์ จะมีทางบันไดไปสู่ยอดเขาประมาณ 3,799 ขั้นยอดเขานี้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 650 เมตร ถ้าวัดจากเชิงเขาถึงยอดเขาโดยแนวบันไดจะยาว 1,680 เมตร ใช้เวลาเดินทางจากเชิงเขาถึงยอดเขาประมาณ 2-3 ชั่วโมง สองข้างทางจะเต็มไปด้วยป่าไม้ขึ้นสลับซับซ้อนเต็มไปหมด บางแห่งจะเป็นที่ลาด บางแห่งจะเป็นที่ชัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาวงพระจันทร์จะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกลสุดสายตา สถานที่นี้เป็นแหล่งสะสมวัตถุโบราณ ของหายากมากมาย และพระพิมพ์ต่างๆมากมาย เพราะ หลวงปู่ฟัก อดีตเจ้าอาวาสท่านเป็นนักสะสมพระเครื่องมาก่อนที่ท่านจะบวช ซึ่งมีการจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ได้ชมกันอีกด้วย

9. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

สืบเนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลากและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน อันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมถึงการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย จนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เปิดโครงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก ภายหลังการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมแล้ว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างกว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 และทำพิธีปฐมฤกษ์กักเก็บน้ำเขื่อนในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จมาเป็นองค์ประธาน และในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” อันหมายถึง “เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

10. น้ำตกวังก้านเหลือง

น้ำตกวังก้านเหลือง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลท่าดินดำ จังหวัดลพบุรี มีต้นกำเนิดที่แปลก เพราะแทนที่จะมีต้นน้ำอยู่บนภูเขาสูง กลับมีต้นน้ำเกิดจากตาน้ำใต้ดินขนาดใหญ่จำนวนหลายจุด ผุดขึ้นมาจากลำห้วยมะกอก น้ำผุดเหล่านี้ จะไหลคดเคี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มารวมกันบริเวณสันหินปูน กลายเป็นน้ำตก ที่แผ่กว้างประมาณ 20 เมตร และจะไหลเลาะไปตามที่ลาด ปะทะกับหินผาเป็นชั้น ๆ นับ 10 ชั้น ก่อนไหลไปบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก ด้วยจุดกำเนิดจากแหล่งน้ำผุดทางธรรมชาติ ทำให้น้ำตกวังก้านเหลืองมีน้ำให้เล่นตลอดปี และน้ำใสแจ๋ว มีสีฟ้าเขียวใสเหมือนมรกต น่าเล่นมากๆ อีกทั้งยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมบริเวณโดยรอบ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการมานั่งปิคนิคและพักผ่อนหย่อนใจ